วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

งานมหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดปี 2566

 


ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว นักบุญทุกท่าน เที่ยวชมงานมหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดปี 2566

วันที่ 3 มีนาคม 2566 ภาคเช้า มีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ เกาะกลางบึงพลาญชัย ภาคบ่าย พิธีแห่พระอุปคุตพระราชทาน ไปยังเกาะกลางบึงพลาญชัย และภาคค่ำ ชม แสง-สี-เสียง พร้อมรับประทานอาหารพาแลง

วันที่ 4 มีนาคม 2566 ภาคเช้า 9 .00 น. พิธีเปิดงาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ชมขบวนแห่ยิ่งใหญ่ อลังการ จากทุกภาคส่วนและทุกอำเภอ ร่วมกิจกรรม อิ่มบุญ ทานข้าวปุ้นฟรี ในงานและทั้งเมืองร้อยเอ็ด ชมการแสดงจากศิลปินแห่งชาติ และภาคค่ำ ชม แสง-สี-เสียง

วันที่ 5 มีนาคม 2566 เช้าตรู่ พิธีแห่ข้าวพันก้อน ฟังเทศน์คาถาพัน และเทศน์มหาชาติ 13 กันฑ์ และเวลา 9.00 น.เริ่มขบวนแห่กัณฑ์จอบกัณฑ์หลอนหน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดไปยังลานสาเกตุนคร บึงพลาญชัย จนถึงเวลา 20.00 น.สิ้นสุดการรับขบวนแห่กัณฑ์จอบ กัณฑ์หลอน


วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตลาดน้ำเรือบิน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ใกล้ใจกลางกรุง


ตลาดน้ำเรือบิน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ใกล้ใจกลางกรุง

            ตลาดน้ำเรือบินแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใกล้ใจกลางกรุง เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติริมคลองสำโรง เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2563 ผ่านมานี้เองบริเวณภายในและบริเวณรอบๆตลาดน้ำเรือบินมีร้านขายของกิน น้ำชากาแฟ อาหาร อาหารแห้ง ของหวาน อาหารท้องถิ่น ผักปลอดสารพิษ ผลไม้พื้นบ้าน งานจักรสาน ของประดับและตกแต่งบ้าน เครื่องปั้นดินเผา ร้านไม้ดอกไม้ประดับ ร้านขายปลาสวยงาม ร้านนวดแผนไทย ดูดวงและพระเครื่อง ที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้าต่าง ๆ มากมาย

ตลาดน้ำเรือบินมีลานจอดรถให้ลูกค้าได้จอดเป็นจำนวนมากและยังมีรถรางคอยรับส่ง ลูกค้าระหว่างที่จอดรถกับตลาดน้ำ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน ห้องน้ำ มุมสวยๆสำหรับลูกค้านั่งพักผ่อนและทานอาหาร



ที่ตั้งตลาดน้ำเรือบิน ตำบล บางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 









แผนที่ในการเดินทางครับ



วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561

จุดชมวิวผาแดงอุทยานแห่งชาติตาพระยา



จุดชมวิวผาแดงอุทยานแห่งชาติตาพระยา
ช่วงนี้ใกล้ฤดูหนาวกันแล้ว  ท่านที่ยังไม่มีโปรแกรมทัวร์ รับลมหนาวที่ไหน ขอแนะนำจุดชมวิวผาแดงอุทยานแห่งชาติตาพระยา ผาแดงเป็นจุดชมทิวทัศน์ผาแดงชมทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาวบนหน้าผาสูงสูดกลิ่นอายธรรมชาติ ชมดวงอาทิตย์ตก และชมทะเลหมอกปกคลุมผืนป่าธรรมชาติอันกว้างใหญ่สวยงามของเทือกเขาบรรทัด และป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ บนลานหินหน้าผาสูงจุดชมวิว ผาแดง และยังมีถ้ำค้างคาวและน้ำตก 3 ชั้นให้เที่ยวชมเมื่อมองลงมาจะเห็นตัวหมู่บ้านใหม่ไทยถาวร บริเวณเขตติดต่อระหว่าง ต.ทับลาด อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว กับบ้านหนองเสม็ด ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์

จุดชมทิวทัศน์ผาแดงการเดินทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาพระยา ทางขึ้นเขาไปทางอำเภอโนนดินแดง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงจุดตรวจตำรวจชายแดนแล้วเลี้ยวขวา มีป้านบอกทางเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร
ประวัติ
อุทยานแห่งชาติตาพระยา เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 82 ของประเทศไทย เป็นเทือกเขาสูงไปตามแนวเทือกเขาบรรทัด ไปจนถึงเทือกเขาพนมดงรัก อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 371,250 ไร่ หรือ 594 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 2 จังหวัด คือ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ และจังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติตาพระยายังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ รวมถึง
อุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ติดกันด้วย โดยใช้ชื่อว่า “ ผืนป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ” จากองค์ศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมจากสหประชาชาติ ( UNESCO ) จุดชมวิวเทือกเขาบรรทัด อยู่ภายใต้การดูแลและรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติตาพระยา อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการห ทิวทัศน์จากจุดชมวิว สามารถมองเห็นเทือกเขาพรานนุช เทือกเขาสะแกกรอง และหน่วยพิทักษ์ฯ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่เห็นหมอกยามเช้า และพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตกที่สวยแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ข้อมูลเพิ่มเติม
ค่าธรรมเนียมในการเข้าอุทยานฯ จักรยาน 10 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท รถสี่ล้อ 30 บาท และรถหกล้อ 100 บาท ผู้ที่ต้องการพักค้างคืน ทางอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ ผู้มาพักต้องนำเครื่องนอนและอาหารมาเอง ทางอุทยานฯ มีที่ประกอบอาหารและโรงอาหารขนาดเล็กไว้บริการ

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน


วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
จากการที่ทีมนักฟุตบอลเยาชน 13 คน และโค๊ช 1 คนติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 จนเป็นข่าวที่โด่งดังไปทั่วโลก ทำให้ทุกคนได้รู้จักชื่อถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนแห่งนี้มากขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม  ซึ่งเมื่อมีเหตุการณเช่นนี้เกิดขึ้น  ทางกรมอุทยานฯ  คงมีแนวทางป้องกันต่อไปเพื่อไม่ให้เหตุเกิดซ้ำสอง
วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ท้องที่ ต.โป่งผา เนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ มีจุดบริการท่องเที่ยว 2 แห่ง คือ บริเวณถ้ำหลวง บ้านน้ำจำ และบริเวณขุนน้ำนางนอน บ้านจ้อง มีสภาพเป็นพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาหินปูนสูงชันเงียบสงบ
ถ้ำหลวง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ เชื่อกันว่ามีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยเนื่องจาก มีความยาวกว่า 7 กิโลเมตร ปากถ้ำเป็นห้องโถงกว้างมากภายในถ้ำจะพบกับความงามของ เกล็ดหินสะท้อนแสง หินงอก หินย้อย ธารน้ำและถ้ำลอด ถ้ำหลวงยังรอคอยความท้าทายการสำรวจจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา เพราะสำรวจไปได้ไม่ถึงที่หมายก็ต้องล่าถอยออกมาด้วยพบกับอุปสรรคความยากลำบาก ภายในถ้ำและยังมีถ้ำเล็กๆ อีก 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน สามารถเดินเข้าไปชมความงามได้ และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย โดยที่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมภายในถ้ำ ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี
       ตำนานดอยนางนอน เรื่องแรกเล่าขานว่า ณ เมืองเชียงรุ้ง สิบสองปันนา มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งมีพระรูปงดงามเป็นที่ยิ่ง ได้แอบรักกับชายเลี้ยงม้าในวัง จึงหนีตามกันมาถึงที่ราบใกล้แม่น้ำโขง เมื่อเดินทางไปถึงที่นั่น เจ้าหญิงก็ทรงครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว จึงเสด็จต่อไปไม่ไหว บอกพระสวามีว่าจะประทับรออยู่ที่นั่น สวามีก็บอกว่าจะไปหาอาหารมาให้ อย่าไปไหน ชายหนุ่มก็ไปแล้วไปลับไม่กลับมาเสียที ปรากฏว่าถูกฆ่าโดยทหารของพระราชบิดาเจ้าหญิงที่สะกดรอยตามมา
ด้วยความเสียใจ นางจึงใช้ปิ่นปักผม แทงพระเศียรของพระองค์จนเลือดไหลออกมาเป็นสาย กลายเป็นแม่น้ำแม่สายในทุกวันนี้ และพระวรกายของพระองค์ที่นอนเหยียดยาวจากทิศใต้จรดทิศเหนือ ก็กลายเป็นดอยนางนอนจนทุกวันนี้
ทางไปอำเภอแม่จัน มีขุนเขาทอดตัวคล้ายผู้หญิงนอนเหยียดยาว เรียกว่า ดอยนางนอน ดอยส่วนที่ศีรษะเรียกว่า ดอยจ้อง หรือ ดอยจิกจ้อง (เดิมเรียกดอยนี้ว่า ดอยท่าหรือดอยต้า) เป็นดอยของลูกชายปู่เจ้าลาวจกที่รอคอยพ่อ ดอยลูกถัดมาเรียกว่า ดอยย่าเฒ่า ซึ่งเป็นภรรยาของปู่เจ้าลาวจก ส่วนดอยอีกลูกหนึ่งคือ ดอยดินแดง หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ ดอยตุง
เชื่อกันว่า ดอยทั้ง 3 นี้เป็นที่อยู่อาศัยเดิมของลาวจักราช ผู้เป็นต้นวงศ์ของพญามังราย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาสร้างเมืองหิรัญนครเงินยาง เหนือดอยดินแดงเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยตุง อันถือเป็นปฐมธาตุแห่งแรกของภาคเหนือ
ตำนานเรื่องที่ 2 เล่าว่า เจ้าหญิงเมืองพุกามกรีธาทัพออกตามหาเจ้าชายที่นางรัก นางออกรบ มีผู้คนล้มตายมากมาย และขยายอาณาเขตมาเรื่อยๆ จนมาถึง “เวียงสี่ทวง” จึงพบกับเจ้าชาย แต่ปรากฏว่าเจ้าชายหนีหายไปกับสาวสวยชาวเวียงนี้อีกครั้ง นางรู้สึกเศร้าสลดจนตรอมใจตาย
ก่อนตายได้ตั้งจิตอธิษฐานให้ร่างของนางกลายเป็นเทือกเขา ที่ชาวบ้านพากันเรียกว่า “ดอยนางนอน” น้ำตาที่ไหลรินกลายเป็น “ขุนน้ำนางนอน” ส่วนไพร่พลของนางก็กลายมาเป็นชนเผ่าหลากชาติพันธุ์บนภูเขาแห่งนี้
ตำนานเรื่องที่ 3  เกี่ยวกับ “พระธาตุจอมนาค” อีกเรื่องว่า พญาครุฑลักพาลูกสาวพญานาค มาแอบซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาแห่งนี้ พญานาคผู้พ่อออกตามหาก็มาพบลูกสาวนอนอยู่กับพญาครุฑในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ ปัจจุบันเรียกว่า “ขุนน้ำนางนอน” ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระธาตุดอยตุง
พญานาคขอลูกสาวคืน แต่พญาครุฑขอแลกกับทองคำ ทุกวันนี้แหล่งน้ำที่พญานาคนำทองคำขึ้นจากบาดาล มาแลกลูกสาวนั้นเรียกว่า “หนองตานาค” บริเวณที่พญานาคส่งทองคำให้พญาครุฑนั้นเรียกว่า “หนองละกา” แปลว่าพญานาคลาจากสัตว์พวกนกกากลับบาดาล ทองคำถูกนำไปเก็บไว้ที่ “ถ้ำทรายคำ” หรือถ้ำทรายทอง ก่อนกลับไปพญานาคสร้าง “พระธาตุจอมนาค”
ขอบคุณแหล่งที่มา 

ถ้ำเขาตาง็อก ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว



ถ้ำเขาตาง็อก ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว
ถ้ำเขาตาง็อก หรือถ้ำน้ำเขาศิวะ(คงไม่อันตรายเช่นถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่เชียงรายตามข่าวที่โด่งดัง 13 ชีวิตติดถ้ำ) เป็นเขาหินปูนที่ตั้งสูงตระหง่านกั้นขวางแบ่งแยกดินแดนระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชา ถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2519 โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2527 ได้มีชาวบ้านเข้าไปหาปลาลึกเข้าไปในถ้ำและได้ไปพบเห็นสิ่งประหลาดเข้า โดยเป็นสิ่งมีชีวิตมีลำตัวสีแดงแหวกว่ายอยู่ภายในถ้ำ ในบริเวณจุดที่เรียกว่า “หยดน้ำทิพย์” ซึ่งเป็นจุดที่มีน้ำหยดลงมา จึงเชื่อว่าถ้ำนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีพญานาคอาศัยอยู่ ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันตั้งศาลขึ้นและให้ชื่อว่า “ศาลปู่นาคา” และด้วยความงดงามภายในถ้ำ ต่อมาที่นี่จึงได้รับความสนใจจากผู้ที่รักในการผจญภัย และได้พัฒนาให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ภายในถ้ำน้ำเขาศิวะนั้น ทัศนียภาพด้านในจะเป็นลำธารที่ไหลอยู่ภายในถ้ำ ซึ่งระดับน้ำนั้นจะขึ้นอยู่กับฤดูกาลแต่จะมีน้ำตลอดทั้งปี ในช่วงแรกในการเข้าไปชมนั้นระดับน้ำยังไม่ลึกมาก ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวที่บินโฉบไปมาให้ได้ตื่นเต้น และในช่วงนี้นักท่องเที่ยวก็ไม่ควรเข้าใกล้ผนังถ้ำเพราะเป็นที่อยู่อาศัยของแมงมุมหิน อาจจะได้รับอันตรายจากการถูกกัดได้
ลึกเข้ามาก็จะเจอกับช่วงน้ำตื้นน้ำลึกเป็นระยะๆ แต่ทัศนียภาพภายในนั้นก็จะเริ่มสวยงามขึ้นเรื่อยๆ เพราะรอบกายของเราจะถูกรายล้อมไปด้วยหินงอกหินย้อยที่สวยงามแปลกตาชวนหลงใหล และน้ำตลอดเส้นทางนั้นยังใสจนสามารถเห็นพื้นได้อีกด้วย ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้ทึ่งกับความงามที่ได้ถูกธรรมชาติสร้างสรรค์ผลงานออกมา เป็นประติมากรรมอลังการอยู่ภายใต้เทือกเขาแห่งนี้
ถ้ำเขาศิวะ หรือ ถ้ำน้ำ ตั้งอยู่ที่ บริเวณบ้านเขาจันทร์แดง ระหว่างเทือกเขาตาง๊อก และเทือกเขากกมะม่วง เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลออกมาทั้งปี ถ้ำลึก 500 เมตร ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 10-220 เซนติเมตร ภายในเป็นหินงอกหินย้อยสวยงามและมีรูปลักษณะต่างๆ ตามจินตนาการของแต่ละคน เมื่อแสงไฟต้องกับ เกล็ดทรายของหินงอกหินย้อยสะท้อนกลับมาสีสันแปลกตา บางบริเวณมีลักษณะ คล้ายม่านและยังมีน้ำไหลมองเห็นเป็นน้ำตกขนาดเล็กภายในถ้ำด้วย น้ำที่อยู่ในถ้ำจะไหลหมุนเวียนตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนน้ำจะเย็นมากกว่าฤดูหนาว อากาศสดชื่นมีการถ่ายเทตลอด
นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปชมความงามของถ้ำน้ำแห่งนี้จะต้องเดินลุยน้ำเข้าไป และพอถึงจุดลึกก็ต้องลอยคอ หรือว่ายน้ำ ส่วนเรื่องความปลอดภัยไม่ต้อง เป็นห่วงเพราะที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เวลาในการชมถ้ำนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่เหมาะกับผู้ที่ชื่น ชอบการผจญภัย และรักธรรมชาติ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเข้าชมถ้ำนี้ถ้ามาเป็นหมู่คณะไม่เกิน 10 คน ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท และ 11-20 คน ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท


วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

เขาช้างเผือกและสะพานเมฆ

เขาช้างเผือกและสะพานเมฆ
เขาช้างเผือก ณ. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ได้จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10  ของแหล่งท่องเที่ยวในปี  2557  ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของนักท่องเทียวที่ควรได้ไปสัมผัส  เขาช้างเผือก  เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,249  เมตร  จากระดับน้ำทะเลปานกลาง  ทำให้นักเดินทางทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่  ปรารถนาที่จะพิชิตยอดเขาช้างเผือกแห่งนี้ให้ได้

เขาช้างเผือก เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติแนวผจญภัยระยะไกล  ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ การเดินทางขึ้นสู่ยอด เขาช้างเผือก  ใช้การเดินเท้าในระยะทางประมาณ 8-9 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทางเดินนั้น  จะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะยอดเขาต่าง ๆ และต้องข้ามยอดเขากว่า 3-4  ยอดเขา  จึงจะถึงจุดตั้งเต็นท์  หรือที่เรียกว่า "กิ่วลม"
             สำหรับนักท่องเที่ยว  ที่ต้องการเดินทางไปธรรมชาติที่เขาช้างเผือกนั้น จะต้องติดต่อกับทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิล่วงหน้าก่อน เพราะต้องมีการจำกัด  จำนวนของนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดในการกางเต็นท์และจำนวนลูกหาบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะใช้เวลา 2 วัน 1 คืน สำหรับทริปท่องเที่ยวเขาช้างเผือก  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทรศัพท์ 034-53 2114
บนเขาช้างเผือก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีร้านค้า ไม่มีน้ำให้อาบต้องใช้ผ้าแห้งเช็ดตัวและโรยด้วยแป้งเย็น  มีห้องน้ำ แต่สภาพต้องทำใจ
       
 สัมภาระที่ควรนำติดตัวไปด้วย
- อาหารแห้ง และน้ำดื่มให้พอเพียง หรือจะประกอบอาหารทานเองก็ได้  แจ้งเจ้าหน้าที่ๆ จะติดต่อลูกหาบให้
          - ชุดที่ใช้เดินป่า ควรเป็นกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว สวมใส่สบาย
          - รองเท้ากันลื่น หรือรองเท้าเดินป่า
          - ถุงกันทาก 
          - หมวกกันแดด ครีมกันแดด
          - เสื้อกันหนาว
          - ถุงนอน ชุดนอนที่อบอุ่น
          - รองเท้าแตะ
          - ไฟฉาย
          - ของใช้ส่วนตัว แป้งเย็น
          - ยาประจำตัว
          - กล้องถ่ายรูป

- เต็นท์

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557

ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผามออีแดง ภาคสอง

ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผามออีแดง ภาคสอง


ทางที่ลงไปชมภาพแกะสลักนูนต่ำโครงสร้างเป็นเหล็กแข็งแรงกว้างประมาณ 1 เมตร เดินสวนกันได้สบาย  ราวสะพานสูงประมาณหน้าอกของชายไทยอย่างผู้เขียน ( 171 ซ.ม.) ก่อนถึงบริเวณด้านหน้าของภาพแกะสลักจะมีประตูเหล็กกั้นไว้  ได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯได้ความว่า  เป็นการป้องกันนักเสี่ยงโชคทั้งหลายไปขูดดูหวยจนภาพแกะสลักสึกหรอ  จำเป็นต้องกั้นเอาไว้ เป็นเหตุผลที่น่ารับฟังดี  แต่ก็มีช่องที่กว้างพอที่จะแหย่เลนของเจ้า NIKON 5100 เข้าไปถ่ายภาพมาให้ชมกันได้ 

ถัดจากทางลงชมภาพแกะสลักนูนต่ำไปอีกประมาณ 50 เมตร ก็จะถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเขาพระวิหารที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร  สามารถมองเห็นบริเวณกว้างของเขาพระวิหารด้วยตาเปล่า  หากใช้กล้องส่องทางไกลจะเห็นตัวปราสาทเขาพระวิหารได้ดีขึ้น (ที่บริเวณจุดส่องกล้อง มีกล้องส่องทางไกลไว้บริการ)


ภาพนี้ผมซูมด้วยเลนส์ Nikon AF-S DX VR 18-105 f/3.5-5.6G ED  ได้สุดๆ แค่นี้เอง  


             สถูปคู่ ตั้งคู่อยู่บริเวณทิศตะวันตกของผามออีแดง  เป็นที่น่าเสียที่ไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้อย่างไกล้ชิดได้แต่ใช้กล้องถ่ายภาพแบบซูมไกลเข้ามาให้ได้ชมกัน เส้นทางที่จะไปเขาพระวิหารจะต้องผ่านสถูปคู่ แห่งนี้ก่อน สถูปคู่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ขนาดหน้ากว้าง 1.93เมตร สูง 4.20เมตร ยอดมนคล้ายตะปูหัวเห็ด ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ ก่อสร้างด้วยหินทรายเป็นท่อนที่ตัดและตกแต่ง เป็นโบราณศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่ายิ่ง

การเดินทาง
1. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) สระบุรีเลี้ยวขวา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา ไปตามทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านหนองกี่ นางรอง ประโคนชัย อำเภอสังขะและอำเภอขุขันธ์ ถึงสี่แยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 221 เลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอกันทรลักษ์ แล้วต่อไปยังที่ทำการอุทยานฯ
2.  จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางนา-ตราด  ผ่านฉะเชิงเทรา ใช้ถนนหมายเลข 304  ผ่านสี่แยกกบินท์บุรี  ขึ้นเขาปักฯ  เข้าถนนหมายเลข24 ผ่านหนองกี่ นางรอง ประโคนชัย อำเภอสังขะและอำเภอขุขันธ์ ถึงสี่แยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 221 เลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอกันทรลักษ์ แล้วต่อไปยังที่ทำการอุทยานฯ
       สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักและสถานที่กางเต็นท์ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 0-4561-9214 , 0-1222-0798 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร.0-2579-7223, 0-2562-0760